Home ดูหนังออนไลน์ 10 ซีรีส์ระทึกขวัญ (Thriller) สนุกที่สุด: ฆ่า เฉือด สยอง สุดซับซ้อน Netflix 

10 ซีรีส์ระทึกขวัญ (Thriller) สนุกที่สุด: ฆ่า เฉือด สยอง สุดซับซ้อน Netflix 

ซีรีส์ระทึกขวัญ

มีหนังซีรีส์แนวระทึกขวัญ เรื่องไหนน่าดูบ้าง? ใครที่กำลังหาหนัง Thriller วันนี้เรามาจัดอันดับ 10 ซีรีส์ระทึกขวัญบน Netflix หนังสุดยอดที่ต้องดูให้ได้ ที่บอกเลยว่าสนุกมากๆ มันส์ ถูกใจคนรักหนัง

ทาง Netflix ได้นำหนังจากหลายประเทศมาฉาย ซึ่งเราจะได้ชมหนังแนวระทึกขวัญในสไตล์จากประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน แคนาดา จึงทำให้เห็นเสน่ห์ของความระทึกขวัญและความลีลับแบบเฉพาะของตัวเอง

 

 10 หนังซีรีส์ระทึกขวัญ สนุกที่สุด Netflix 

 

1. Hannibal series

ฮันนิบาลเวอร์ชั่นซีรีส์ มีทั้งหมด 3 ภาค (2013 – 2015) เป็นหนังแนวสยองขวัญและระทึกขวัญทางจิตวิทยา เข้มข้นและน่าติดตามลุ้นระทึกกับการสืบสวนคดีอาชญากรรมสุดระทึกขวัญ ซึ่งได้คะแนนจากเว็บ imb ไปถึง 8/10

จากหนังหนังสือสู่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และนวนิยาย “ฮันนิบาล” ที่ได้ทำออกขยายให้เนื้อหามีความละเอียดและตีความใหม่ จนกลายเป็นซีรีส์น้ำดี ดีเกินคาดเลยทีเดียว หนังสร้างตัวละครหลักให้มีมิติดูแล้วสมจริง เราจะได้เห็นความสามารถของฮันนิบาลที่อัจฉริยะสุดๆ เก่งเวอร์เกินความเป็นคน 

สำหรับแอดมินตอนแรกไม่อยากดู เพราะรู้สึกว่าชอบหนังใหญ่ในเวอร์ชั่นแอนโทนี ฮอปกินส์ และนักแสดงสาวโจดี้ ฟอสเตอร์ ที่สวยและมีเสน่ห์มากๆ จนไม่ได้เปิดใจให้กับซีรีส์นี้ แต่เมื่อได้เปิดใจดูบอกเลยว่าสนุกมากๆ จนพบว่า … 

ในเวอร์ชั่นนี้มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หนังไม่ได้สยองแบบอี๋ย! แหวะ ภาพหนังมีความอาร์ตสวยมีระดับ แล้วจิตนาการของฆาตกรนี้เวอร์จริงๆ จนแอบคิดว่ามีใครจะทำแบบนี้ได้ แล้วฝีมือในการทำอาหารของฮันนิบาลเก่งมาก นึกว่ามาสเตอร์เชฟมาเอง 

จุดเด่นไม่ได้แค่เล่าเรื่องของฮันนิบาลที่ชอบกินเนื้อมนุษย์ แต่หนังพาเราไปดูความสามารถพิเศษของตัวละครหลักอีกตัว วิล (Will Graham) ที่สามารถเข้าถึงจิตใจของฆาตกรด้วยการเข้านั่งฌาน รู้เห็นคล้ายการถอดจิตไปอยู่เหตุการณ์จริงๆ

แล้ววิลได้ใช้ความสามารถนี้ในการตามจับหาฆาตกรต่อเนื่อง โดยมีฮันนิบาลเป็นที่ปรึกษา เอ๊า! มีสุดยอดฆาตกรอยู่ใกล้ตัว แต่ไม่มีใครรู้เลยนี้แหละ ยิ่งทำให้หนังสนุกเข้าไปใหญ่ สนุกมากจริงๆ ดีเวอร์ ดีงามสุดๆ ใครที่ชอบหนังแนวระทึกขวัญและสืบสวน เรื่องนี้พลาดไม่ได้เลย

 

2. Perfume (น้ำหอมมนุษย์)

Perfume ซีรีส์โทรทัศน์จากประเทศเยอรมัน มีแค่ภาคเดียว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยาย Perfume และภาพยนตร์เรื่อง Perfume: The Story of a Murderer ใครที่เคยได้ดูหนังใหญ่แล้วในปี 2006 ที่ได้เล่าเรื่องในแบบสมัยโบราณ แต่เวอร์ชั่นซีรีส์นี้ได้บอกเล่าในยุคปัจจุบัน

ซีรีส์ Perfume ปี 2018 เป็นหนังแนวดราม่าระทึกขวัญ ที่ดำเนินเรื่องราวด้วยการสืบสวนคดีเหตุฆาตกรรมหญิงสาวสวย และปมดราม่าชีวิตตัวละครหลักทั้ง 6 คน หนังตัดสลับย้อนอดีตที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งซับซ้อน ซ่อนเงื่อน หักมุม และเซอร์ไพรส์คนดูได้จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย 

ก่อนดูซีรีส์นี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำออกมาได้ยังไงให้เข้ากับยุคปัจจุบัน แต่ผู้กำกับ Philipp Kadelbach เขาทำได้

 

3. Dark (ดาร์ค)

ซีรีส์เรื่อง Dark เป็นหนังแนวนิยายวิทยาศาสตร์เขย่าขวัญจากประเทศเยอรมัน ซึ่งมีทั้งหมด 3 ภาค (ภาคแรก 10 ตอน และภาคที่สอง-สาม 8 ตอน) ซีรีส์ได้เสียงตอบรับดีมาก ถือว่าเป็นงานคุณภาพทั้งเนื้อหาและการถ่ายทำได้เนียนสมจริง

โดย Dark เป็นหนังแนวไซไฟข้ามกาลเวลาและการฆาตกรรมปริศนา พร้อมกับปมดราม่าต้นกำเนิดของชีวิต หนังเรื่องนี้มีปริศนามากมาย เพราะบอกได้ว่าตัวละครทุกตัวนั้นซับซ้อนอย่างคิดไม่ถึงมาก่อน

หนังทำให้เราต้องขบคิดกับที่ไปที่มาของตัวละคร จนถูกยกให้เป็นหนังหนักสมองดูยาก (มว๊ากก) โดยในภาคแรกมีปริศนาทิ้งไว้มากมาย และในภาค 3 ไม่ต้องห่วงเขาได้เฉลยปมทุกอย่าง ซึ่งมันก็คุ้มค่าแก่การรอคอย

นอกจากหนังสนุกและระทึกกับเหตุการณ์ต่างๆ Dark ยังให้เราได้เห็นผลกระทบของกากกัมมันตรังสีจากโรงงานนิวเคลียร์ จนเกิดภัยพิบัติวันล้างโลกตามมา

4. Mindhunter (ตลบหลังฆ่าเกมล่าสังหาร)
หนังระทึกขวัญสัญชาติอเมริกัน

Mindhunter เป็นหนังแนวระทึกขวัญ อาชญากรรม และแนวจิตวิทยา ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือ Mindhunter: Inside the Elite Serial Crime Unit ที่ถูกเขียนขึ้นโดย 2 เอฟบีไอ ผู้ทำหน้าที่วิเคราะห์พฤติกรรมของฆาตกร

Mindhunter เป็นหนังย้อนยุคในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เราจะได้เห็นที่มาที่ไปของหน่วยงานวิเคราะห์คนร้าย ซึ่งตัวเอกของเรื่อง 2 FBI เขาเป็นผู้บุกเบิก ซึ่งสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง และนักแสดงที่มารับบทเป็นฆาตกรได้เหมือนตัวจริงมากๆ (ฆาตกรนั้นมีตัวตนจริงๆ) ใครที่ชอบหนังแนวจิตวิทยาเรื่องนี้เลย

ซีรีส์นี้แนวสืบสวนอาชญากรรมที่เข้มข้นมากๆ และมีชันเชิงกับการใช้จิตวิทยาวิเคราะห์คนร้าย ใช้สมองวิเคราะห์เหตุการณ์ไปด้วย ทำให้เราติดตามไม่อยากพลาดเลยสักตอน อีกทั้งจะได้เห็นมุกหรือเหลี่ยมในการสัมภาษณ์หรือซักถามคนร้าย ถึงกับทึ่งกับความสามารถของ FBI

ซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งหมด 2 ภาค (2017 และ 2019) ซึ่งยังเสียดายว่าในปี 2020 ซีรีส์นี้ถูกระงับโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากวิกฤตโรคโควิด-19

 

5. Black Spot (จุดดับสยอง)

หนังซีรีส์แนวสยองขวัญ และอาชญากรรม ผสมดราม่า ซึ่งเป็นหนังจากฝรั่งเศส – เบลเยียม ตอนนี้มีทั้งหมด 2 ภาค (ซึ่งเราก็หวังว่าอยากให้มีภาค 3 ต่อไวๆ) ออกฉายปี 2017 และ 2019

ซีรีส์นี้น่าดูมากๆ อีกเรื่องหนึ่ง ด้วยสไตล์หนังระทึกขวัญเหนือธรรมชาติ พาเราไปตามหาความลีลับในป่าใหญ่ ช่างดูสวยงามและน่าเกรงขามกับสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมันได้ซ่อนอยู่ในความมืด

หนังได้ตัวละครหลักหัวหน้าตำรวจหญิงและพนักงานอัยการคนใหม่ผู้ซึ่งย้ายมาอยู่ในเมืองเล็กๆ ช่วยกันตามสืบคดีประหลาดและการตายปริศนา ที่เกิดทั้งจากฝีมือของมนุษย์และสิ่งเร้นลับ อีกทั้งปมของตำรวจหญิงคนนี้ที่ต้องค้นหาคำตอบสิ่งที่เกิดกับตัวเองสมัยวัยรุ่น ทั้งเรื่องมีแต่สิ่งเร้นลับให้เราไปหาคำตอบกัน

หนังเรื่องนี้ได้รับการตอบรับที่ดีไม่น้อย เพราะได้สะท้อนปัญหามนุษย์ที่บุกรุกทำลายป่า อิทธิพลของนายทุน ที่จะสว่างหาประโยชน์จากป่าและชาวบ้าน แต่ป่าแห่งนี้ไม่ย่อมอยู่เฉย มันได้ต่อสู้กลับและพร้อมจะเอาคืน

 

6. Black Mirror

Black Mirror เป็นซีรีส์แนววิทยาศาสตร์จากอังกฤษ ระทึกขวัญ และเสียดสีสังคมด้านมืด มีถึง 5 ภาค แต่ละภาคจะมีเพียง 3-5 ตอนเท่านั้น ซึ่งมีความแตกต่างจากซีรีส์ทั่วไปที่แต่ละคนจะจบในตัว หรือแต่ละตอนนั้นเนื้อหาจะไม่เกี่ยวเนื่องกัน

โดยใจความหลักของหนังจะเล่าถึงโลกอนาคตที่เทคโนโลยีนได้เข้ามามีผลกับชีวิตมนุษย์ได้อย่างน่ากลัว ผู้สร้างหนังอยากให้เราได้เห็นด้านมืดของเทคโนโลยีว่าน่ากลัวแค่ไหน เมื่ออยู่ในมือมนุษย์ที่ใจร้ายและเห็นแก่ตัว

ทั้งนี้ใครที่เป็นแฟนหนังแนว The Twilight Zone น่าจะถูกใจซีรีส์นี้ ที่เปลี่ยนจากความลีลับเหนือธรรมชาติเป็น เทคโนโลยีสุดสะพรึ่งกันที่เดียว ซึ่งแต่ละตอนก็มีทั้งตลกเสียดสีสังคม ดราม่า ระทึกขวัญ และสยองขวัญบ้างเล็กน้อย

 

7. Stranger Things 

Stranger Things เป็นซีรีส์แนวสยองขวัญและแนววิทยาศาสตร์จากอเมริกันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้มีออกมาถึง 5 ภาคด้วยกัน แล้วเสน่ห์ของตัวละครเด็กๆ ที่แสดงกันจนตอนนี้เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้ว

ใครที่ดูก็บอกว่าสนุกมากกกก ไม่เบื่อสักตอน ด้วยเนื้อเรื่องมีความหลากหลายทั้งแนววิทยาศาสตร์ เหนือธรรมชาติ ลีลับชวนติดตาม พร้อมกับประทับใจในความรักเพื่อนของกลุ่มเด็กๆ ซึ่งเป็นการผจญภัยแบบ Stranger Things

ใครที่คิดว่าเป็นหนังเด็กบอกเลยว่า พูดใหญ่ก็ดูได้และน่าตื่นเต้น ดูแล้วคุ้มค่ากับเวลาสุดๆ ลองดูสักตอนแล้วคุณจะไม่มีผิดหวังกับหนังเรื่องนี้แน่ๆ

8. The Rain 

ซีรีส์แนววิทยาศาสตร์ที่มีทั้งระทึกขวัญและดราม่า จากทางประเทศเดนมาร์ก โดยมีทั้งหมด 3 ภาคจบ กล่าวถึงโลกที่เกิดภัยพิบัติ ฝนไวรัส กวาดล้างประชากร จนตัวเอก 2 พี่น้องต้องหลบไปอยู่ที่บังเกอร์หลบภัยใต้ดิน

 

The Rain เป็นซีรีส์ที่สะท้อนถึงมลภาวะที่เป็นพิษ ถ้าวันหนึ่งโลกของเรามีฝนที่เป็นพิษ ทำลายสิ่งมีชีวิตที่โดนน้ำฝนไม่ว่าจะเป็นคนหรือต้นไม้ แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร

เนื้อเรื่องเปิดขึ้นมาก็พาเราไปเจอกับไวรัสที่มากับฝน และภาวะกดดันที่ต้องรออยู่ที่หลบภัยใต้ดิน แต่พอตอนท้ายๆ ภาคแรกและภาคสองก็มันส์สนุกและน่าติดตาม การดำเนินเรื่องตอนต้นอาจจะดูอืดไปบ้าง และแอบรำคาญตัวละครบางตัวที่อาจทำอะไรโง่ๆ

นั้นก็เพราะว่าชีวิตจริงๆ คนเราก็ไม่มีใครจะทำอะไรถูกไปซะหมด ทั้งภาวะกดดันและสถานการณ์ที่ทำให้เห็นธาตุแท้ของคน ก็ถือว่าเป็นดราม่าเบาๆ

 

9. Slasher ฆ่าล่าเลือด
ภาคแรก The Executioner

Slasher เป็นซีรีส์แนวสยองขวัญจากประเทศแคนาดา ที่มี 3 ภาค 3 เรื่อง โดยแต่ละภาคไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน แต่จะเล่าเรื่องแนวสยองขวัญเฉือดเลือดสาด ที่คงสูตรดั้งเดิมของหนังระทึกขวัญ ที่ไล่ล่าฆ่าแบบโจ่งครึ่ม แล้วตัวละครโง่ๆ ที่ดูไปก็ด่าไป แต่ก็ดูทุกตอน (ฮะฮ่ะฮ่าาา)

ภาคสาม Guilty Party

โดยแต่ละภาคจะมีฆาตกรที่เป็นปริศนาว่า เขาคือใคร และทำไปเพราะอะไร กับการไล่ล่าฆ่าสุดโหดอำมหิต ใครชอบหนังแนวนี้ ต้องลองชม!

ภาคสาม Solstice

 

10. Scream 

หวีดกรีดสยอง เวอร์ชั่นซีรีส์ Netflix ที่มีออกมาถึง 3 ภาค (ปี 2015 2016 และ 2019) ซีรีส์อเมริกันที่มาจากหนังใหญ่ชื่อ Scream เกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องสวมหน้ากาก ตามฆ่ากลุ่มวัยรุ่นทีละคน

ละครวัยรุ่น ความลึกลับ  อาชญากรรม, ดราม่า, สยองขวัญ

Scream เป็นหนังฆาตกรรมเขย่าขวัญวัยรุ่น ที่นำมายกเครื่องใหม่ขยายออกเป็นตอนๆ ได้อย่างสนุกและน่าติดตาม (แม้จะมีช่วงอืดไปบ้าง) ถ้าใครที่เคยดูหนังใหญ่ Scream มาแล้วจะเห็นฉากและเหตุการณ์ Classic ที่นำมารอยเรียงใหม่ได้อย่างลงตัว แบบไม่ให้เสียเอกลักษณ์เด่นๆ ของเรื่อง

หลังจากที่ได้ดูเรื่อง Slasher และ Scream ทำให้เห็นว่า หนังใหญ่ 1 เรื่อง สามารถขยายออกมาเป็นซีรีส์ได้ จนเห็นลายละเอียด ที่ไปที่มาของตัวละครได้อย่างชัดเจน อีกทั้งที่หนัง 2 เรื่องได้การยอมรับ น่าจะเพราะว่าไม่ทิ้ง เอกลักษณ์และความคลาสสิกของต้นฉบับ

ทำให้คนที่เคยดูก็รู้สึกดีและสนุก ส่วนคนที่ไม่เคยดูก็สามารถดูรู้เรื่อง หนังแนวฆาตกรรมเขย่า มีเสน่ห์ที่จะให้เราได้ลุ้นและติดตามว่าใครคือฆาตกร  และตัวละครไหนจะเป็นรายต่อไป

 

บทความแนะนำ