Home ดูหนังออนไลน์ 12 หนังสงครามโลก ระดับมาสเตอร์พีซ ล้างเผ่าพันธุ์และเอาชีวิตรอด

12 หนังสงครามโลก ระดับมาสเตอร์พีซ ล้างเผ่าพันธุ์และเอาชีวิตรอด

วันนี้เราได้สรรหาหนัง หนังสงครามแนวดราม่าที่ทั้งสนุกและเป็นหนังเก่าระดับมาสเตอร์พีซ สำหรับคอหนังสงครามแล้วใน 12 อันดับนี้ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว เพราะหลายเรื่องได้เข้าชิงรางวัลออสก้า และยังเป็นตำนานแห่งวงการภาพยนต์อีกด้วย 

หนังสงครามทำให้เราทราบซึ้งว่าชีวิตนั้นมีค่ามากแค่ไหน 

โดยหนังหลายเรื่องได้สะท้อนภาพความโหดร้ายจากหลายแง่มุม และเล่าเรื่องจากหลายฝั่งของผู้เป็นเหยื่อจากสงคราม ในฐานะคนดูที่ชอบหนังสงครามที่ให้แง่คิดของชีวิต รู้สึกขอขอบคุณผู้สร้างหนังที่ทำให้เราคนดูได้เห็นภาพในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเราจะได้ตระหนักถึงผลกระทบของมัน 

สุดยอด 12 หนังสงครามโลก 

1. The Emperor of the Sun  

The Emperor of the Sun มีชื่อภาษาไทยว่า “น้ำตาสีเลือด” ซึ่งเป็นหนังสงครามแนวดราม่า อิงประวัติศาสตร์และกึ่งอัตชีวประวัติ เกิดในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 1987

ผู้กำกับคือ Steven Spielberg (สตีเวน สปีลเบอร์ก) และนักแสดงนำ Christian Bale (คริสเตียน เบล) หรือที่คอหนังคงรู้จักในบทของ Batman อัศวินรัตติกาล ซึ่งตอนนั้นคริสเตียนอายุแค่ 13 ปี

หนังอลังการ งานคุณภาพ ไม่ต้องกลัวว่าดูแล้วจะหลับหรือดูไม่รู้เรื่อง แม้หนังจะเก่ากว่า 30 ปี แต่เนื้อหากลับมาดูอีกกี่ครั้งก็ยังสนุกและอิงไปกับเรื่องราว ซึ่งหนังไม่ได้รุนแรงโหดร้ายน่ากลัวแบบรบราฆ่าฟันแต่อย่างไร

เนื้อเรื่องช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระเอก คือ “จิม” เกรแฮม เด็กชายชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่เซี่ยงไฮ้ พลัดพรากจากพ่อแม่จากเหตุการณ์ญี่ปุ่นบุกจีน เขาต้องดิ้นรนต่อสู้เอาตัวรอด กลายเป็นเชลยศึกในค่ายกักขังของญี่ปุ่น

ใครที่ไม่เคยดู ขอให้หาหนังเรื่องนี้มาดูให้ได้เชียว เพราะดีมากๆ สะท้อนอารมณ์ของทั้งฝั่งเชลยและฝั่งชาวญี่ปุ่น มีทั้งความมืดมนและแสงสว่าง มีความอ้างว้างและอบอุ่น จนทำให้เราทั้งยิ้มและเสียน้ำตาไปพร้อมกัน

 

2. Life is beautiful

มองเรื่องเลวร้ายได้อย่างสวยงาม

Life Is Beautiful มีชื่อภาษาไทยว่า ยิ้มไว้โลกนี้ไม่สิ้นหวัง ซึ่งเป็นหนังสงครามแนวตลกและดราม่า จากประเทศอิตาลีปี ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1997 โดยเข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา และชนะมา 3 รางวัล ในปี ค.ศ. 1998

เหมาะสมกับชื่อหนังอย่างยิ่ง Life Is Beautiful ชีวิตนั้นสวยงาม แม้ว่าจะเกิดวิกฤตสงคราม แต่พระเอกของเรื่องชาวอิตาลีเชื้อสายยิว ก็ได้ใช้จินตนาการปลอบ (หรือหลอก) ลูกชายไม่ให้ตกใจกลัวกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้น

แต่ละเรื่องที่พ่อได้หลอกลูกชายก็สร้างความขำเสียงหัวเราะ แล้วเรารู้สึกหลงรักษาความไร้เดียงสาของเด็กน้อย พร้อมกับความซาบซึ้งใจในรักของพ่อที่มีต่อลูก และความรักที่มีต่อภรรยา

หนังเรื่องนีเป็นเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศอิตาลี เมืองทัสคานี ผู้คนถูกจับไปขังที่ค่ายกักกันนาซี ฟังแค่นี้ก็คิดว่าหนังต้องโศกเศร้าและความหดหู่ใจ แต่กลับกันเรื่องราวทำให้ประทับใจ อบอุ่นและซาบซึ้ง อย่างยิ่ง

 

3. Anne Frank: The Whole Story (2001)

สมุดบันทึกที่ดังที่สุดในโลกของเด็กหญิงอายุ 13 ปี ที่มีชื่อว่า แอน แฟรงค์

Anne Frank: The Whole Story เป็นหนังที่มินิซีรีย์ เกี่ยวกับสงครามที่อิงประวัติศาสตร์ และเป็นชีวิประวัติ ซึ่งออกฉายปี 2001 โดยหนังสร้างจากหนังสือชีวประวัติของ Anne Frank และเป็นเรื่องจริงของเด็กสาวชาวยิว

ไดอารี่ของ “แอน” เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งยังมีการนำมาสร้างไปหนังหลายครั้ง ซึ่งในเวอร์ชั่น 2001 นี้ จะแตกต่างที่เล่าเรื่องราวของแอนทั้ง 4 ช่วงเวลา ก่อนเกิดสงคราม วงที่ต้องซ่อนตัว โดนกักตัวในค่ายและช่วงสิ้นสุดสงคราม 

สำหรับเวอร์ชั่นนิมิซีรีย์จะเป็นการเล่าเรื่องราวทั้งหมดของ Anne Frank น่าจะเพื่อให้เรารู้จักเธอมากขึ้น และเป็นการตอบคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากถูกจับตัวไป แล้วเหตุใดสมุดของแอนได้ถูกตีพิมพ์

ประวัติโดยย่อของ Anne Frank เด็กสาวชาวยิวได้เขียนสมุดไดอารี่ช่วงที่ซ่อนหนีการจับกุมจากนาซี จนกระทั่งพวกเธอถูกจับกุมตัวได้แล้วส่งไปค่ายกักกัน และแอนก็เสียชีวิตในที่สุด หลังจากสงครามสิ้นสุด พ่อของเธอรอดชีวิตออกมาได้ ก็ได้นำสมุดของแอนออกมาตีพิมพ์จนโด่งดังไปทั่วโลก เพื่อให้รับรู้ถึงความโหดร้ายของสงคราม  

 

4. The Pianist (2002)

วันที่เข้าฉาย: 4 ธันวาคม 2545 (สหรัฐอเมริกา)

The Pianist ชื่อหนังภาษาไทยว่า สงคราม ความหวัง บัลลังก์ เกียรติยศ (The Pianist แปลว่านักเปียโน) หนังได้เล่าเรื่องจริงของนักเปียโนที่รอดชีวิตมาจากความโหดร้ายของพวกนาซี

เรื่องจริงของนักเปียโน Wladyslaw Szpilman

หนังสงครมดราม่าและดัดแปลงอัตชีวประวัติ  ด้วยการร่วมมือสร้างหนังระหว่างประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ และโปแลนด์ ซึ่งออกฉายครั้งแรกปี ค.ศ. 2002 และชนะรางวัลออสก้า 3 สาขา

  • สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมปี 2003 · Adrien Brody
  • บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมปี 2003 · Ronald Harwood
  • ผู้กำกับยอดเยี่ยมปี 2003 · Roman Polanski

จากตอนแรกที่คลิปตัวอย่างและภาพโปสเตอร์ กลัวว่าหนังจะน่าเบื่อ ดูหนังเงียบๆ แต่ขอบอกว่าหนังสนุก และมีแอบลุ้นเอาใจช่วยให้พระเอกเอาตัวรอดมาให้ได้ ทำให้หนังสนุกไปได้อีก การดำเนินเรื่องดีน่าติดตาม ฉาก เพลง ตัวละครทุกอย่างทุกตัว

 

5. Saving Private Ryan (1998)

วันที่เข้าฉาย: 24 กรกฎาคม 1998 (สหรัฐอเมริกา)
ระยะเวลา:2 ชม. 49 นาที

ระหว่างเดินทางตามหาไรอัล หนังได้พาเห็นความสูญเสียและความโหดร้ายของสงคราม

ถ้าถามถึงหนังสงครามที่ชื่นชอบหลายคนก็จะตอบชื่อหนัง “ตามหาไรอัล หรือช่วยไรอัล” ซึ่งชื่อจริงๆ ของหนังเรื่องนี้คือ Saving Private Ryan (เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน) ชื่อภาษาไทย ฝ่าสมรภูมินรก

โดยหนังได้เล่าเรื่องราวการตามหา “เจมส์ไรอัน” ซึ่งเป็นทหารที่มีพี่ชายตายในสมรภูมิ แล้วกองทัพก็ไม่อยากให้ครอบครัวนี้สูญเสียลูกชายทั้งหมดสี่คน จึงเกิดภาระกิจตามหาและช่วยเหลือไรอัล

หนังเรื่องนี้ได้นักแสดงนำ ทอม แฮงค์ ซึ่งหนังฟอร์มใหญ่ประสบความสำเร็จและทำรายได้สูงสุดประจำปี ค.ศ. 1998 หนังเรื่องนี้ดีมากๆ ให้ทั้งข้อคิดหลายแง่มุม ทำให้เราเข้าใจถึงความรู้สึกทหารและการสูญเสีย สมแล้วที่ได้เป็นหนึ่งในหนังสงครามที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวู้ด

6. Black Book (2006)

วันที่เข้าฉาย: 18 พฤษภาคม 2550 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว: 145 นาที

หนังสงครามดรามาสุดเข้มข้นอีกเรื่องหนึ่ง ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกี่ยวกับ “หญิงสาวชาวยิว” ได้กลายเป็นสายลับที่แทรกซึมเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของเกสตาโป เพื่อล่วงความลับสืบข่าวของพวกนาซี

หนังได้ลุ้นระทึกกับเหตุการณ์มากมายที่นางเอกต้องเผชิญไม่ให้โดนจับได้  โดยหนังชวนติดตามว่าใคร คือ สปายที่แฝงอยู่ทุกที่ไม่ว่าทั้งฝั่งนางเอกและฝั่งนาซี แล้วเข้มข้นกับเรื่องราวที่ชิงไหวชิงพริบและหักมุม

อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่าดู เพราะการนำเสนอความเป็นมนุษย์ในหลายแง่มุม แม้แต่ฝั่งทหารนาซีก็ไม่ได้เลวไปซะทุกคน หรือแม้กระทั่งฝั่งคนยิว (กลุ่มต่อต้าน) เองก็ยอมขายพวกเดียวกัน เพื่อแลกเงินทอง

 

7. Enemy at Gate (2001)

ความยาว: 2 ชม. 11 นาที
วันที่เข้าฉาย: 16 มีนาคม 2544

Enemy at the Gates (กระสุนสังหารพลิกโลก) เป็นหนังสงครามดรามา มาจากเรื่องจริงและอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างรัสเซียและเยอรมัน ออกฉายปี ค.ศ. 2001

สำหรับเรื่องนี้ได้นำเสนอว่าสมรภูมิรบไม่ใช่แค่การใช้กำลังมาก จำนวนคนเยอะๆ มาสู้กันเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้แบบซุ่มยิง สไนเปอร์ (Sniper) หนังทั้งสนุก ตื่นเต้น และลุ้นเหมือนกับดูเกมแข่งขันยิงปืนเลยทีเดียว

เรื่องย่อ
พระเอกเป็นนักแม่นปืนชาวรัสเซีย ที่ได้กลายเป็นฮีโร่และความหวังของประเทศ ให้ผู้คนได้ลุกขึ้นต่อสู้กับเยอรมัน ในขณะเดียวกันทางนาซีก็ได้ส่งมือดี นักแม่นปืนที่เก่งที่สุด ออกตามล่าเขา ทำให้เกมของสมรภูมินี้กลายเป็นการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเหนือกว่ากัน

หนังสงครามเชิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นการทำสงครามที่ไม่พร้อมนั้นเป็นอย่างไร เมื่อต้องส่งทหารออกไปรบแต่ไม่มีปืนและกระสุนให้พวกเขา การลงเรือเพื่อไปเป็นกองสนับสนุนแต่ก็โดนทิ้งระเบิดก่อนถึงฝั่ง เหล่าทหารทั้งหวาดกลัว  ผู้คนสงสัยในผู้นำ ทางออกของเรื่องนี้คืออะไร? หาคำตอบได้ในหนังเรื่องนี้

 

8. Downfall (2004)

ความยาว: 2 ชม. 36 นาที
วันที่เข้าฉาย: 8 เมษายน 2548 (สหรัฐอเมริกา)

Downfall มีชื่อภาษาไทยว่า ปิดตำนานบุรุษล้างโลก เป็นหนังสงครามแนวดราม่าอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเบอร์ลิน โดยหนังเล่าเรื่องช่วงชีวิตสุดท้ายของ “อดอล์ฟฮิตเลอร์” และนาซีเยอรมนีใกล้จะพ่ายแพ้